ถ้าจะไม่ให้พูดถึงหนังกระแสแรง ที่กวาดรางวัลมามากมายเรื่องนี้ละก็คงจะกะไรอยู่เหมือนกัน ซึ่งหลายๆ บล็อกก็คงพูดถึงมากันไม่น้อย งั้นผมคงจะขอเน้นเรื่องภาพแห่งวายละกัน


จะว่าไปก็ขอพูดเรื่องหนังสักเล็กน้อย หนังนั้นเริ่มต้นที่ ฤดูร้อนปี 1963 แจ็ก ทวิสต์ (เจค กิลเลนฮาล) และเอนนิส เดล มาร์ (ฮีธ เลดเจอร์)ได้รับการว่าจ้างให้เป็นคนงานในฟาร์มเลี้ยงแกะแห่งหนึ่งใกล้เทือกเขาโบรกแบ็กในไวโอมิง จากที่ไม่ไว้ใจกันในตอนแรกทั้งสองกลับกลายเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว และในเวลาต่อมาความรู้สึกที่มีต่อกันนั้นก็พัฒนากลายเป็นความรัก เมื่อฤดูร้อนสิ้นสุดลง ทั้งคู่กลับลงมาจากโบรกแบ็ก ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเอง เอนนิสยังคงปักหลักอยู่ที่ไวโอมิง เขาแต่งงานกับ อัลมา (มิเชลล์ วิลเลียมส์) แฟนสาวที่คบกันมานาน และในเวลาต่อมาก็มีลูกด้วยกัน 2 คน ส่วนแจ็กแต่งงานกับ ลูรีน (แอนน์ แฮธาเวย์) สาวสวยประจำเมือง มีลูกกับเธอคนหนึ่ง และรับผิดชอบดูแลธุรกิจให้กับพ่อตาในเท็กซัส ในระหว่างนั้น แจ็ก กับ เอนนิส ตัดสินใจที่จะไม่พบกันและไม่เก็บสิ่งที่เกิดขึ้นที่โบรกแบ็กมาคิดให้วุ่นวายใจ จนกระทั่ง 4 ปีผ่านไป จู่ๆ แจ็กก็ส่งจดหมายถึงเอนนิสเพื่อแจ้งข่าวว่าเขาจะเดินทางผ่านมาแถวนั้นและจะแวะมาเยี่ยมในฐานะเพื่อนเก่าอย่างไม่คาดคิด การพบกันครั้งนี้ทำให้ทั้งแจ็กและเอนนิสตระหนักว่าแท้ที่จริงอีกฝ่ายสำคัญต่อตนมากแค่ไหน และ 4 ปีที่ไม่ได้เจอกันไม่ได้ทำให้ความรักที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นนั้นเปลี่ยนแปรหรือลดน้อยลงเลย
แต่ที่น่าเสียดายที่เข้าไทยแล้ว หนังมักจะมีชื่อไทยกำกับ แล้วเรื่องนี้ก็มีเหมือนกัน Brokeback Mountain หุบเขาเร้นรัก
ชื่อไทยมันเอ่อ ผมขอไม่ออกความเห็นละกัน เหมใครนะช่างตั้ง อยากเห็นหน้าฉามัดยาด
ก่อนที่จะเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ ดูรูปให้ชื่นใจ ชื่นวายดีกว่า


ขอเสริมอีกนิดละกัน พอดีไปอ่านเจอมาสำหรับเกร็ดเล็กๆ ของหนังเรื่องนี้
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เริ่มต้นจากหยดน้ำตาของ ไดอานา ออสซานา เมื่อได้อ่านเรื่องสั้น Brokeback Mountain ของ อี. แอนนี พรูซ์ นักเขียนหญิงเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ประจำปี 1993 ซึ่งเพิ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร The New Yorker เรื่องสั้นต้นฉบับที่เขียนโดย อี. แอนนี พรูซ์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ 13 ตุลาคม 1997 ในนิตยสาร เดอะ นิวยอร์กเกอร์ (The New Yorker) ไม่มีอารัมภบทที่พิมพ์ด้วยตัวเอน เหมือนกับเมื่อได้ตีพิมพ์ลงนิตยสาร โคลส แรนจ์ (Close Range) ซึ่งเป็นงานรวมเรื่องสั้นของเธอเอง บทภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนโดย ไดอานา ออสซานา และ แลร์รี แม็กเมอร์ทรี ในปี 1997 ตอนที่ อัง ลี (หรือเรียกแบบจีนว่า หลี่อัน) ได้อ่านเรื่องสั้น Brokeback Mountain เป็นครั้งแรก กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมงานเรื่อง Hulk บางแหล่งข่าวกล่าวว่า อังลี ได้ห้ามมิให้ แลร์รี แม็กเมอร์ทรี ไปที่กองถ่าย แต่โฆษกของ โฟกัส ฟีเจอร์ส กล่าวว่า "แลร์รี แม็กเมอร์ทรี ไม่ได้ไปที่กองถ่าย เนื่องจากเขาเป็นโรคภูมิแพ้ที่รุนแรง" นอกจากนี้ ไดอานา ออสซานา ยังอยู่ในระหว่างการเขียนนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งด้วย ส่วน ไดอานา ออสซานา ผู้ร่วมเขียนบทอีกคน ได้อยู่ที่กองถ่ายตลอดการถ่ายทำ ฮีธ เลดเจอร์ ต้องเปลือยกายในฉากที่เขากระโดดลงทะเลสาบ โดย อัง ลี ตั้งใจที่จะตัดภาพที่ ฮีธ เปลือยด้านหน้าออกจากภาพยนร์อยู่แล้ว แต่กลับมีช่างภาพปาปาราซซี่คนหนึ่งที่ถ่ายภาพนั้นไว้ด้วยกล้องดิจิตอล ซึ่งต่อมารูปนี้ก็ได้ปรากฏให้เห็นบนอินเตอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับ ฮีธ เลดเจอร์ เกือบทำจมูกของ เจค กิลเลนฮาล หัก ขณะที่ถ่ายทำฉากจูบ ผู้กำกับชื่อดังอย่าง กัส แวน ซองต์ และ โจเอล ชูมัคเกอร์ ต่างก็เคยสนใจที่จะกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มีการใช้เทคนิคการสร้างภาพพิเศษถึง 75 ช็อต ซึ่งในจำนวนนี้ มี 15 ช็อต เป็นภาพของแกะ เนื่องจากในฉากนั้นจะต้องมีแกะให้เห็น 2500 ตัว แต่ในฉากจริงๆ มีเพียงแค่ 700 ตัว นอกจากนั้นยังใช้เทคนิคนี้ในการสร้างภาพท้องฟ้าให้ดูเหมือนจริงในฉากที่มีพายุลูกเห็บ อัง ลี ต้องการถ่ายทำฉากแกะดื่มน้ำในลำธาร แต่โดยปกติแล้วแกะจะดื่มน้ำจากสระและเขื่อนเท่านั้น หลังจากพยายามถ่ายฉากนี้มาทั้งวัน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงต้องยกเลิกฉากนี้ไป การแข่งขันฟุตบอลในโทรทัศน์ ซึ่งอยู่ในฉากทานอาหารเย็นฉลองวันคริสต์มาสในครอบครัวของ แจ็ค (เจค กิลเลนฮาล) กับคุณพ่อคุณแม่ของ ลูรีน (แอนน์ แฮธาเวย์) เป็นภาพที่นำมาจากการแข่งขันจริงในช่วงปี 1970-1980 ของฟุตบอลลีกแคนาดา ระหว่างทีม Montreal Alouettes และทีม Edmonton Eskimos ระหว่างที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายช่วงสุดสัปดาห์แรกในอเมริกา ซึ่งเข้าฉายเพียงแค่ 5 โรงภาพยนตร์เท่านั้น ก็ได้รับการบันทึกสถิติว่ามีรายได้รวมต่อโรงฉายสูงที่สุดในประเภทภาพยนตร์ที่ไม่มีแอนิเมชั่น เนื่องจากกลัวว่าภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ของ แอนน์ แฮธาเวย์ คือ The Princess Diaries และ Ella Enchanted จะเป็นอุปสรรคต่อการคัดเลือกตัวในเรื่องนี้ ผู้กำกับฝ่ายคัดเลือกนักแสดงจึงแนะนำเธอต่อ อัง ลี ว่าเธอเป็นนักแสดงหญิงบรอดเวย์ที่นิวยอร์ก ซึ่ง อัง ลี เองก็ไม่เคยรู้ว่า แอนน์ ประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้มากน้อยแค่ไหน โรดริโก ปริเอโต ผู้กำกับภาพชาวเม็กซิกัน ร่วมแสดงเรื่องนี้ด้วยในบทผู้ชายขายบริการที่เม็กซิโก 
ได้ยินข่าวลือมาว่าถ้าหนังเข้าไทยมาอาจจะโดนหั่น หรือไม่ก็เกิดหมอกแห่งศีลธรรมปกคลุมทั่วทั้งจอ ไม่รู้ว่าจริงใหม ถ้าใครได้ดูก็บอกๆกันหน่อยนะครับ ถ้าเป็นจริงผมคงต้องโหลดบิทมาดูซะดีกว่า ที่จะต้องทนเห็นหมอกแห่งศีลธรรม ไอ้ตัวกระผมมันก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร ไม่ต้องมีศีลธรรมกับผมมากนักหรอก นะ จ้าวนายยยยยยยยยยยยย